ทุนสาขาการจัดการความขัดแย้ง จาก ม.ขอนแก่น
ด่วนนนนนนนน!!!!!!!!! จะปิดรับสมัครแล้วครับ
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลทั่วไปเพื่อรับทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาบัณฑิตศึกษา หลักสูตรปริญญาโท สาขาการวิเคราะห์และการจัดการความขัดแย้ง ปีการศึกษา 2551 ( รุ่นที่ 3 ) จำนวน 1 ทุน
หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 ธันวาคม 2551
รายละเอียดการรับสมัคร ดูได้ที่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ขอย้ำครับว่า ด่วนนนนนนนน!!!!!!!!! รีบสมัครนะครับ
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551
โครงการศึกษาภาษาอังกฤษ ภาคฤดูร้อน 2552
โครงการศึกษาภาษาอังกฤษ ภาคฤดูร้อน 2552 ณ สหราชอาณาจักร
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
โครงการศึกษาภาษาอังกฤษ ภาคฤดูร้อน 2552 ณ สหราชอาณาจักร โดยสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมระหว่างประเทศ ส.ศ.ร.
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ 8 ธ.ค. 51- 16 ก.พ. 52
รายละเอียดเพิ่มเติม
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
โครงการศึกษาภาษาอังกฤษ ภาคฤดูร้อน 2552 ณ สหราชอาณาจักร โดยสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมระหว่างประเทศ ส.ศ.ร.
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ 8 ธ.ค. 51- 16 ก.พ. 52
รายละเอียดเพิ่มเติม
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551
โครงการทุนสำรวจโลก eListening by NEXT STEP
โครงการทุนสำรวจโลก eListening
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
ทุนสำรวจโลก eListening เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และบริษัท เนกซ์สเตป จำกัด โดยเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกันยายน 2546 และต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 6 และเพื่อเป็นการสานต่อ โครงการทุนสำรวจโลก eListening ในปีนี้จึงมีแนวคิดร่วมกัน ในการมอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนที่ กำลังศึกษาอยู่ ในระดับชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนทั่วประเทศ ที่มีความรู้ความสามารถ และทักษะ ทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยการจัดสอบชิงทุน เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จำนวน 100 ทุน มีมูลค่าทุนระหว่าง 244,800 – 365,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 35 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทย ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาส เข้ารับการศึกษาต่อ ในระดับที่สูงขึ้น ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งมหาวิทยาลัย ถือเป็นภารกิจหนึ่ง ในการที่จะให้ บริการทางวิชาการแก่สังคม รวมถึงยังเป็น ทางเลือกทางการศึกษา อีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยส่งเสริม ให้นักเรียนได้บรรลุ จุดมุ่งหมายดังกล่าว มาข้างต้น นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมสนับสนุน นโยบายของรัฐ ในการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และเพิ่มพูนพัฒนาทักษะ ทางด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของคนไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ให้กับประเทศไทย ในสังคมนานาชาติโดยตรง
รายละเอียดต่างๆสามารถศึกษาได้ elistening
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
ทุนสำรวจโลก eListening เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และบริษัท เนกซ์สเตป จำกัด โดยเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกันยายน 2546 และต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 6 และเพื่อเป็นการสานต่อ โครงการทุนสำรวจโลก eListening ในปีนี้จึงมีแนวคิดร่วมกัน ในการมอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนที่ กำลังศึกษาอยู่ ในระดับชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนทั่วประเทศ ที่มีความรู้ความสามารถ และทักษะ ทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยการจัดสอบชิงทุน เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จำนวน 100 ทุน มีมูลค่าทุนระหว่าง 244,800 – 365,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 35 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทย ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาส เข้ารับการศึกษาต่อ ในระดับที่สูงขึ้น ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งมหาวิทยาลัย ถือเป็นภารกิจหนึ่ง ในการที่จะให้ บริการทางวิชาการแก่สังคม รวมถึงยังเป็น ทางเลือกทางการศึกษา อีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยส่งเสริม ให้นักเรียนได้บรรลุ จุดมุ่งหมายดังกล่าว มาข้างต้น นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมสนับสนุน นโยบายของรัฐ ในการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และเพิ่มพูนพัฒนาทักษะ ทางด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของคนไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ให้กับประเทศไทย ในสังคมนานาชาติโดยตรง
รายละเอียดต่างๆสามารถศึกษาได้ elistening
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ทุนโครงการ British Chevening Scholarships จากอังกฤษ
ทุนโครงการ British Chevening Scholarships จากอังกฤษ
โย่! มาอัพเดตกันหน่อยครับ สำหรับ news Scholarships คราวนี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจทุนการศึกษาของประเทศอังกฤษกันเลยทีเดียว เพราะตอนนี้รัฐบาลประเทศอังกฤษมีความประสงค์จะสนับทุนการศึกษาแก่ชาวต่างชาติที่มีความสามารถในการเป็นผู้นำ โดยโครงการดังกล่าวมีชื่อว่า " British Chevening Scholarships " โดยศึกษาต่อในระดับประกาศณียบัตรชั้นสูงหรือปริญญาโท
หมดเขต 31 ธ.ค. 51
download file .jpg : http://www.nrru.ac.th/intaff/UserFiles/File/FCO.jpg
สมัครได้ที่ : www.chevening.com
รายละเอียดต่างๆสามารถดูได้ที่ www.britishcouncil.or.th
ขอขอบคุณ news Scholarships จาก กองพัฒนาบุคลากรและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
โย่! มาอัพเดตกันหน่อยครับ สำหรับ news Scholarships คราวนี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจทุนการศึกษาของประเทศอังกฤษกันเลยทีเดียว เพราะตอนนี้รัฐบาลประเทศอังกฤษมีความประสงค์จะสนับทุนการศึกษาแก่ชาวต่างชาติที่มีความสามารถในการเป็นผู้นำ โดยโครงการดังกล่าวมีชื่อว่า " British Chevening Scholarships " โดยศึกษาต่อในระดับประกาศณียบัตรชั้นสูงหรือปริญญาโท
หมดเขต 31 ธ.ค. 51
download file .jpg : http://www.nrru.ac.th/intaff/UserFiles/File/FCO.jpg
สมัครได้ที่ : www.chevening.com
รายละเอียดต่างๆสามารถดูได้ที่ www.britishcouncil.or.th
ขอขอบคุณ news Scholarships จาก กองพัฒนาบุคลากรและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ขอเชิญร่วมกันทำบุญปีใหม่ครับ
ขอเชิญร่วมกันทำบุญปีใหม่ครับ
สวัสดีครับเมื่อซักครู่ผมได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่งเชิญชวนให้พวกเราทำ บุญให้แก่ วัดพระบาทน้ำพุ ผมลองทำตามวิธีในเมล์นี้แล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ และเป็นเงินเพียงไม่กี่บาท จึงนำเนื้อความในเมล์ดังกล่าวมาให้อ่่านกันครับ เผื่อว่าท่านใดยังไม่ได้รับ แล้วอยากร่วมทำบุญด้วยกัน ถือซะว่าทำบุญส่งท้ายปีเก่าก็แล้วกันนะครับ ท่านใดที่ได้รับเมล์ดังกล่าวแล้วก็ขออภัยด้วยนะครับ
ทุกท่านครับ ผมได้ทดลองแล้วครับใช่ได้.. เงินแค่ 9 บาท ครับ
ทุกคนในนี้มีมือถือใช่ไหมคะ
ขอซัก 9 บาทได้ไหม เพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ ไม่ว่ามือถือคุณจะเครื่องละพัน หรือเครื่องละหมื่น
ขอแค่ 9 บาท บริจาคให้วัดพระพุทธบาตรน้ำพุ
ง่ายๆ แค่กด 1900-222-200 และกด 1 แค่นี้ คุณก็ได้ร่วมทำบุญแล้วค่ะ เรื่องจริง โทรไปเช็คที่วัดแล้ว)
ขอบคุณสำหรับทุกสายทานบารมีค่ะ
อนุโมทนา ด้วยนะคะ อีกไม่เกิน 3 เดือนวัดพระบาทน้ำพุต้องปิดลง ช่วย Forward ต่อด้วย
อีกไม่เกิน 3 เดือนวัดพระบาทน้ำพุต้องปิดลง!! ถ้าไม่ อ่าน กรุณา Forward
ถ้า ไม่ช่วย อีกไม่ เกิน 3 เดือน วัดพระบาทน้ำพุ ต้องปิดลง ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ที่มีหลวงพ่ออลงกตเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้อุทิศตัวช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้ามาสิบกว่าปี แล้ว ทั้งๆที่ท่านมีพร้อม ทุกอย่าง จบการ ศึกษาระดับปริญญาโทวิศวะจากออสเตรเลีย แต่ท่านก็เสียสละ ได้ เพียงเพราะท่านเห็น ว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์นั้นไร้ที่พึ่ง จริงๆ ขนาดบางคนพอพ่อแม่รู้ว่าติดเชื้อ เอดส์ ยังรังเกียจและทอดทิ้งลูกของตัว เองได้เลย หลวงพ่อท่านเห็นว่า ถ้าท่านไม่ช่วยพวกเขาเหล่า นี้ ท่านก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็น มนุษย์ได้ ทุก วันนี้ ที่วัดมีผู้ป่วยและเด็กกำพร้าที่ หลวงพ่อต้องคอยดูแลรวมถึงพนักงานและอาสาสมัครราวหนึ่งพันคน ค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ สามล้าน กว่าบาท แต่ยอดบริจาคกลับน้อยลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เห็นว่า ลดลงเหลือเพียงเดือนละสองแสนบาทเอง ส่วนรัฐบาลก็ช่วยเหลือเพียงเดือนละหนึ่งแสนบาทเท่า นั้น เคยโทรไปถามที่วัด เกี่ยวกับสถานะทางารเงิน พนักงานก็บอกว่า รายรับเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ค่ายารักษาหรือเพิ่มภูมิต้านทานก็ แสนจะแพง แถมผู้ป่วยก็มีแต่จะเพิ่มมาก ขึ้น ทางวัดจะไม่รับก็ไม่ ได้ เนื่ อ งจากมีคนพาผู้บ่วยมาทิ้งไว้ที่ หน้าประตูวัดเสมอ ซึ่งพวกเขาก็ไม่มีทางไป ที่วัดก็เมตตาช่วยเหลือแม้กระทั่งคน ชราและเด็กที่คนใน ค รอบครัวเสียชีวิต เพราะเอดส์แล้วไม่มีใครดูแล ตอนนี้ต้องมีการส่ง ผู้ป่วยที่อาการดีแล้วและพอมีฐานะกลับบ้านบ้าง แล้ว และอีกสามเดือนอาจต้องปิดตัว ลง!!!!!!
หลวงพ่อเองต้องลงมาบิณฑบาตรที่ กรุงเทพฯทุกสัปดาห์ ต้องไปหลายที่ต่อ หนึ่งวัน เพราะรอนไปช่วยเหลือถึงวัด ไม่ไหว เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน จริงๆ เมืองไทยมีผู้ติดชื้อเอดส์มาก เป็นอันดับสี่ของโลกแล้ว และแนวโน้มก็มี มากขึ้นเรื่อยๆ ส ่ วนทางกับอายุของผู้ที่ ติดเชื้อเอดส์ซึ่งกลับกลายเป็นว่าอายุน้อยลง ทุกที อยากให้พวกเราเข้าใจว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศชาติและ เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกัน พวกเราสามารถช่วยได้หลายรูปแบบ ขณะนี้หลวงพ่อท่านมารับบริจาคทุกวัน เสาร์ ตั้งแต่ 8.30 น. - 10.00 น. ที่สวน ลุมไนท์บาร์ซาร์ ข้างๆอาคารบีอีซี เท โร สามารถบริจาคเป็นเงิน (ดีที่สุด) , ยา , ผ้าอ้อม , สำลี , ของอุปโภคบริโภคต่างๆ , หนังสือ , เสื้อผ้า ฯลฯ หรือบริจาคผ่านธนาคาร ให้กับ ' กองทุนอาทรประชานาถ ถ้าสามารถทำเป็นรายเดือนได้จะดีมาก ราย ละเอียดของเบอร์บัญชีมีดังนี้
ธ.กรุงเทพฯ สาขา ลพบุรี 289-0-84697-1
ธ.ทหารไทย สาขา ลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขา ถนนสุรสงคราม 174-2-39000-
ธ.ไทย พาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730- 7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขา ลพบุรี 111-1-47300-7
ธ.นครหลวง ไทย สาขาลพบุรี 340-2-14976- 0
ธ.เพื่อการเก ษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขานางเลิ้ง 000-2-12022-0
และสุดท้ายที่พวกเราสามารถช่วย ได้เดี๋ยวนี้ คือ การบอกต่อถึงเรื่องนี้ และช่วยส่งเมล์นี้ไปให้คนที่รู้จักทกๆ คน
สวัสดีครับเมื่อซักครู่ผมได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่งเชิญชวนให้พวกเราทำ บุญให้แก่ วัดพระบาทน้ำพุ ผมลองทำตามวิธีในเมล์นี้แล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ และเป็นเงินเพียงไม่กี่บาท จึงนำเนื้อความในเมล์ดังกล่าวมาให้อ่่านกันครับ เผื่อว่าท่านใดยังไม่ได้รับ แล้วอยากร่วมทำบุญด้วยกัน ถือซะว่าทำบุญส่งท้ายปีเก่าก็แล้วกันนะครับ ท่านใดที่ได้รับเมล์ดังกล่าวแล้วก็ขออภัยด้วยนะครับ
ทุกท่านครับ ผมได้ทดลองแล้วครับใช่ได้.. เงินแค่ 9 บาท ครับ
ทุกคนในนี้มีมือถือใช่ไหมคะ
ขอซัก 9 บาทได้ไหม เพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ ไม่ว่ามือถือคุณจะเครื่องละพัน หรือเครื่องละหมื่น
ขอแค่ 9 บาท บริจาคให้วัดพระพุทธบาตรน้ำพุ
ง่ายๆ แค่กด 1900-222-200 และกด 1 แค่นี้ คุณก็ได้ร่วมทำบุญแล้วค่ะ เรื่องจริง โทรไปเช็คที่วัดแล้ว)
ขอบคุณสำหรับทุกสายทานบารมีค่ะ
อนุโมทนา ด้วยนะคะ อีกไม่เกิน 3 เดือนวัดพระบาทน้ำพุต้องปิดลง ช่วย Forward ต่อด้วย
อีกไม่เกิน 3 เดือนวัดพระบาทน้ำพุต้องปิดลง!! ถ้าไม่ อ่าน กรุณา Forward
ถ้า ไม่ช่วย อีกไม่ เกิน 3 เดือน วัดพระบาทน้ำพุ ต้องปิดลง ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ที่มีหลวงพ่ออลงกตเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้อุทิศตัวช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้ามาสิบกว่าปี แล้ว ทั้งๆที่ท่านมีพร้อม ทุกอย่าง จบการ ศึกษาระดับปริญญาโทวิศวะจากออสเตรเลีย แต่ท่านก็เสียสละ ได้ เพียงเพราะท่านเห็น ว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์นั้นไร้ที่พึ่ง จริงๆ ขนาดบางคนพอพ่อแม่รู้ว่าติดเชื้อ เอดส์ ยังรังเกียจและทอดทิ้งลูกของตัว เองได้เลย หลวงพ่อท่านเห็นว่า ถ้าท่านไม่ช่วยพวกเขาเหล่า นี้ ท่านก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็น มนุษย์ได้ ทุก วันนี้ ที่วัดมีผู้ป่วยและเด็กกำพร้าที่ หลวงพ่อต้องคอยดูแลรวมถึงพนักงานและอาสาสมัครราวหนึ่งพันคน ค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ สามล้าน กว่าบาท แต่ยอดบริจาคกลับน้อยลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เห็นว่า ลดลงเหลือเพียงเดือนละสองแสนบาทเอง ส่วนรัฐบาลก็ช่วยเหลือเพียงเดือนละหนึ่งแสนบาทเท่า นั้น เคยโทรไปถามที่วัด เกี่ยวกับสถานะทางารเงิน พนักงานก็บอกว่า รายรับเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ค่ายารักษาหรือเพิ่มภูมิต้านทานก็ แสนจะแพง แถมผู้ป่วยก็มีแต่จะเพิ่มมาก ขึ้น ทางวัดจะไม่รับก็ไม่ ได้ เนื่ อ งจากมีคนพาผู้บ่วยมาทิ้งไว้ที่ หน้าประตูวัดเสมอ ซึ่งพวกเขาก็ไม่มีทางไป ที่วัดก็เมตตาช่วยเหลือแม้กระทั่งคน ชราและเด็กที่คนใน ค รอบครัวเสียชีวิต เพราะเอดส์แล้วไม่มีใครดูแล ตอนนี้ต้องมีการส่ง ผู้ป่วยที่อาการดีแล้วและพอมีฐานะกลับบ้านบ้าง แล้ว และอีกสามเดือนอาจต้องปิดตัว ลง!!!!!!
หลวงพ่อเองต้องลงมาบิณฑบาตรที่ กรุงเทพฯทุกสัปดาห์ ต้องไปหลายที่ต่อ หนึ่งวัน เพราะรอนไปช่วยเหลือถึงวัด ไม่ไหว เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน จริงๆ เมืองไทยมีผู้ติดชื้อเอดส์มาก เป็นอันดับสี่ของโลกแล้ว และแนวโน้มก็มี มากขึ้นเรื่อยๆ ส ่ วนทางกับอายุของผู้ที่ ติดเชื้อเอดส์ซึ่งกลับกลายเป็นว่าอายุน้อยลง ทุกที อยากให้พวกเราเข้าใจว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศชาติและ เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกัน พวกเราสามารถช่วยได้หลายรูปแบบ ขณะนี้หลวงพ่อท่านมารับบริจาคทุกวัน เสาร์ ตั้งแต่ 8.30 น. - 10.00 น. ที่สวน ลุมไนท์บาร์ซาร์ ข้างๆอาคารบีอีซี เท โร สามารถบริจาคเป็นเงิน (ดีที่สุด) , ยา , ผ้าอ้อม , สำลี , ของอุปโภคบริโภคต่างๆ , หนังสือ , เสื้อผ้า ฯลฯ หรือบริจาคผ่านธนาคาร ให้กับ ' กองทุนอาทรประชานาถ ถ้าสามารถทำเป็นรายเดือนได้จะดีมาก ราย ละเอียดของเบอร์บัญชีมีดังนี้
ธ.กรุงเทพฯ สาขา ลพบุรี 289-0-84697-1
ธ.ทหารไทย สาขา ลพบุรี 304-2-41277-9
ธ.กสิกรไทย สาขา ถนนสุรสงคราม 174-2-39000-
ธ.ไทย พาณิชย์ สาขาลพบุรี 579-2-33730- 7
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขา ลพบุรี 111-1-47300-7
ธ.นครหลวง ไทย สาขาลพบุรี 340-2-14976- 0
ธ.เพื่อการเก ษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขานางเลิ้ง 000-2-12022-0
และสุดท้ายที่พวกเราสามารถช่วย ได้เดี๋ยวนี้ คือ การบอกต่อถึงเรื่องนี้ และช่วยส่งเมล์นี้ไปให้คนที่รู้จักทกๆ คน
วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551
เทคนิคการเตรียมตัวเรียนต่างประเทศ
เทคนิคการเตรียมตัวเรียนต่างประเทศ
ความพร้อมด้านพื้นฐานการศึกษา
คะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรของตนเองที่สำเร็จการศึกษา
1. สถานศึกษาในต่างประเทศหากเป็นสถานศึกษาที่ได้รับความนิยม จะรับพิจารณานักศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีด้วยคะแนน GPA = 3.00 ขึ้นไป
2. นักศึกษาควรที่จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมีคะแนน GPA อย่างน้อย 2.75 สำหรับระดับปริญญาโท GPA = 3.50 ขึ้นไป
เลือกประเทศที่จะไปศึกษา หาข้อมูลการเรียนการสอนประเทศต่างๆ
ศึกษาหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละแห่งตรงตามความต้องการหรือไม่
อย่าเลือกเพราะ ตามเพื่อน, สถาบันมีชื่อเสียง, อันดับของมหาวิทยาลัย,
ตามใจครอบครัว, ไม่ต้องสอบTOEFL, E-Leaming เป็นต้น
ความพร้อมด้านภาษา
ผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ จะต้องมีความพร้อมทางด้านภาษาและทักษะด้านต่างๆ โดยนักศึกษาจะต้องทำคะแนนในการสอบแต่ละประเภทให้ได้ตามเกณฑ์ที่แต่ละคณะและสถาบันการศึกษานั้น ๆ กำหนด
ผลการสอบแต่ละประเภทที่สถาบันการศึกษาในต่างประเทศใช้เป็นเกณฑ์ในการรับนักศึกษามีดังนี้
TOEFL (Test of English as a Foreign Language)
GMAT (Graduate Management Admission Test)
GRE (Graduate Record Examination)
IELTS (International English Language Testing System)
การเลือกสาขาและสถาบัน
แนวทางการพิจารณา
หลักสูตรการศึกษา
USA = Pre-requisite courses (B+), MBA, MA,MS,MM,Ph.D.
Europe, AUS. ,.. =Pg.Cert., Pg.Dip., MBA, M.Commerce,
M.Phil
ระยะเวลาของหลักสูตร, ระบบการศึกษาแต่ละประเทศ
การรับเข้าศึกษา Condition, Thesis, Comprehensive Exam, Project, Exhibition เป็นต้น
ข้อกำหนดในการศึกษา Research , Coursework, etc.
ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ข้อมูลประกอบการเลือกสถานศึกษา
มีสาขาวิชาที่ต้องการ/โครงสร้างของหลักสูตรการวิจัย
ที่ตั้งของสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม
มาตรฐานสถาบัน การรับรองสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
เกณฑ์การรับนักศึกษาของสถาบันเหมาะสมกับตนเอง
ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ขนาดของสถานศึกษา ระบบการศึกษา วิธีการเรียนการสอน
เนื้อที่/จำนวนนักศึกษา/สัดส่วนนักเรียน : อาจารย์เลือกที่ตั้ง/ขนาด/สิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องสมุด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน
เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
ตั๋วเครื่องบิน
จัดการจองตั๋วเครื่องบินเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะบางช่วงมีคนเดินทางมากอาจหาซื้อตั๋วได้ยาก ควรกำหนดให้ถึงที่เรียนอย่างน้อย 3 - 7 วันก่อนวันลงทะเบียนเรียน สำหรับผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถเข้าสหรัฐได้ 90 วันก่อนวันที่ระบุไว้ใน I- 20 และจะเข้าหลังวันที่ระบุนี้ไม่ได้
ในการสำรองที่นั่งกับสายการบิน ให้ตรวจสอบด้วยว่าได้มีการสำรองที่นั่งไว้เรียบร้อยทุก ๆ ช่วงที่มีการหยุด หากนักศึกษาจำเป็นต้องต่อเครื่องบินจากเมืองแรกที่เข้าประเทศไปยังเมืองอื่นในประเทศ ควรเผื่อเวลาสำหรับผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของประเทศนั้น ๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
กระเป๋าเดินทาง
โดยปกติเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน จะมีการกำหนดน้ำหนักและจำนวนกระเป๋าที่จะนำไปด้วย เช่น ผู้โดยสารชั้นธรรมดา (ECONOMY CLASS) ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 20 กิโลกรัม หรือผู้โดยสารชั้นหนึ่ง (FIRST CLASS) ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 30 กิโลกรัม
*กระเป๋าสะพาย (CARRY-ON) ที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบินนั้น น้ำหนักไม่ควรเกิน 5 กิโลกรัม เพื่อจะได้เก็บไว้ในตู้เหนือที่นั่งเครื่องได้
เสื้อผ้า
ศึกษาสภาพภูมิอากาศของเมืองที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ และเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมไปให้พอใช้ในช่วงแรก เสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวจัดสามารถซื้อได้เพิ่มเติมเมื่อเดินทางไปถึงแล้วโดยทั่วไปเสื้อผ้าที่จะได้ใช้มากที่สุดควรจะเป็นกางเกงยีนส์ เพราะนอกจากจะสบายสมบุกสมบันแล้ว ยังไม่ค่อยต้องซักและไม่ต้องรีดด้วย
*สำหรับเสื้อผ้าชุดไทย หรือชุดสากล จะไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักแต่ก็ควรจัดเตรียมไปบ้างเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานนักศึกษานานาชาติ เป็นต้น
เอกสาร
ตรวจเอกสารและสิ่งสำคัญก่อนออกเดินทางจากบ้านไปยังสนามบินให้ครบ คือ
หนังสือเดินทางซึ่งประทับตราวีซ่านักเรียนแล้ว
ตั๋วโดยสารเครื่องบิน
เงินที่นำติดตัว (ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด)
ใบตอบรับจากสถานศึกษา
ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องไปติดต่อ หรือขอความช่วยเหลือ เช่น เพื่อน ญาติ อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาต่างชาติ
คำศัพท์เกี่ยวกับการเดินทางไปศึกษาต่างประเทศ
การนำเงินติดตัว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของการศึกษาระยะแรกที่เดินทางถึง ประเทศนั้น ๆ
การโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศ
การเตรียมหาที่พักก่อนการเดินทาง
เรื่องที่พักอาศัยควรเริ่มศึกษาหาข้อมูลตั้งแต่ทำการติดต่อสถานศึกษา โดยศึกษาจากเอกสารของสถานศึกษาว่า มีหอพักสำหรับนักศึกษาหรือไม่นักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มสำรองที่พักเมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่สมัครแต่ก็ยังมีสถานศึกษาบางแห่งที่มีหอพักจำนวนจำกัดที่อาจแนะนำให้นักศึกษาสำรองที่พักล่วงหน้าตั้งแต่ในขั้นตอนการสมัครเลยก็มี โดยทั่วไปการสำรองที่พัก สถานศึกษามักจะเก็บเงินมัดจำค่าสำรองที่พักด้วย
สำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย มีทั้งที่พักในสถานศึกษา (ON CAMPUS HOUSING) และที่พักนอกสถานศึกษา (OFF CAMPUS HOUSING)
ที่พักอาศัย
การไปศึกษาในต่างประเทศนั้น นักศึกษามีที่พักอาศัยที่จะกระทำได้
2 ประการ คือ
ON CAMPUS HOUSING
OFF CAMPUS HOUSING
การทิป
เป็นสิ่งจำเป็นประการหนึ่งในการดำรงชีวิตอยู่ในต่างประเทศ การทิปควรจะเป็น 10 - 15 % ของมูลค่าของที่เราซื้อ และในบริการบางอย่างที่ไม่มีมูลค่า เช่น ผู้ขนกระเป๋า หรือเด็กขนของในโรงแรมก็ควรจะมีการให้ทิปในราคาพอสมควรคือไม่ต่ำกว่า 15% และผู้ให้บริการที่เรา สมควรให้ทีป ได้แก่ คนขนกระเป๋าที่สนามบิน คนขนของที่โรงแรม พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถแท็กซี่ เป็นต้น
การใช้โทรศัพท์
ระบบโทรศัพท์แบ่งแยกตามท้องที่/เมืองและภาคโดยมี AREA CODE ซึ่งเป็นเลขรหัส 3 หลักเฉพาะของเมืองหรือภาคนั้น นอกเหนือจากเลขหมายโทรศัพท์ 7 หลัก เช่นเดียวกับประเทศไทย
ถ้าโทรศัพท์ภายในท้องที่ใช้ AREA CODE เดียวกันไม่ต้องหมุนรหัสทางไกล หากโทรศัพท์ต่างท้องที่AREA CODE ต่างกัน ต้องหมุนรหัสทางไกลด้วยทุกครั้ง
การใช้โทรศัพท์สาธารณะจะมีคำแนะนำติดอยู่กับโทรศัพท์ทุกเครื่อง
มีหลายประเภท เช่น เครื่องใช้เหรียญเครื่องใช้บัตรโทรศัพท์ โดยโทรได้ทั้งภายใน และต่างประเทศ
รายละเอียดและวิธีการใช้โทรศัพท์ในรายละเอียด สามารถศึกษาได้จากสมุดโทรศัพท์ของท้องถิ่นนั้น ๆ
การไปรษณีย์
ในสถานศึกษาบางแห่งหจะมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ภายในสถานศึกษาหรืออาจจะอยู่ใกล้ ๆ กับสถานศึกษาซึ่งสามารถจะไปรับบริการได้ ไปรษณีย์ในต่างประเทศ จะทำงานอาทิตย์ ละ 6 วัน จันทร์–เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ ในการส่งจดหมายหรือเอกสารต่าง ๆสามารถนำไปติดแสตมป์และส่งเอกสารได้โดยจะมีเจ้าหน้าที่การไปรษณีย์ โดยเสียค่าเช่าเป็น
รายปีหรือราย3เดือนหรือ 6เดือนก็ได้
บริการด้านไปรษณีย์มีหลายประเภท เช่น เฟริส์คลาสเมล์ (FIRST CLASS MAIL) ซึ่งขนส่งทางอากาศ ไปรษณีย์รับรอง (CERTIFIED MAIL) ไปรษณีย์ลงทะเบียน (REGISTERED MAIL) ไปรษณีย์จัดส่ง (SPECIAL DELIVERY) ไปรษณีย์ด่วน (EXPRESS AMIL) เป็นต้น ตลอดจนมีบริการส่งเงินระหว่างประเทศทางไปรษณีย์ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้จาก ที่ทำการส่งพัสดุนั้น
เมื่อมีการย้ายที่อยู่ใหม่ ก็สามารถแจ้งได้ที่การไปรษณีย์เพื่อขอให้นำจดหมายที่ส่งมาถึงที่อยู่เติมตามไปที่อยู่ใหม่
การเดินทางไปต่างเมือง
การเดินทางโดยรถโดยสารเป็นวิธีการที่นิยมแพร่หลายและไม่แพงนัก สามารถสอบถามตารางการเดินรถและเวลารถออกได้จากสถานีรถโดยสารตลอด 24 ชั่วโมง และควรสอบถามเรื่องดังกล่าวทางโทรศัพท์ก่อน เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาแน่นอน ประเทศในยุโรป นิยมเดินทางไปต่างเมืองด้วยรถไฟ เพราะสถานีรถไฟอยู่ในใจกลางเมืองราคาค่าโดยสาร
ไม่แพง มีรถเข้าออกเกือบ 24 ชั่วโมง
การเดินทางโดยเครื่องบิน แม้ว่าค่าโดยสารจะแพงแต่ก็สะดวกและประหยัดเวลามากและเครื่องบินโดยสารมีเชื่อมแทบจะทุกจุดทุกเมืองซึ่งก่อนจะเดินทางควรมีการเตรียมการ ล่วงหน้า 5 – 7 วันโดยติดต่อกับบริษัทสายการบินเพื่อสอบถาม จอง และรับตั๋วให้เรียบร้อย และในวันเดินทางควรไปยังสนามบินก่อนเวลาเป็นเวลาพอสมควร หากเป็นการเดินทางในประเทศ ไปถึงสนามบินก่อนล่วงหน้า 1 ชั่วโมงถ้าเป็นการเดินทางระหว่างประเทศไปถึงสนามบินก่อน ล่วงหน้า 2 ชั่วโมง
ธนาคารในต่างประเทศ
การประกันสุขภาพ
การประกันสุขภาพมีความจำเป็นสำหรับนักเรียนต่างชาติมาก เพราะหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแพงมาก ดังนั้น หากมีการประกันแล้วจะเป็นประโยชน์ และช่วยประหยัดเงินได้มาก โดยปกติแล้ว สถานศึกษาทุกแห่งจะมีการแจ้ง ให้นักเรียนซื้อประกันสุขภาพได้ เมื่อเปิดภาคการศึกษานักเรียนควรจะปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง การประกัน สุขภาพมีได้หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดการประกันครอบคลุมแตกต่างกัน และอัตราในการประกันแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรศึกษานโยบายการประกันให้เข้าใจก่อนว่ามีผลอย่างไรบ้างและหากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้ทราบว่าเราสามารถจะเรียกร้องจากบริษัทประกันได้หรือไม่เพียงใด
การประกันรถยนต์
มีความสำคัญเช่นกัน ในบางรัฐมีระเบียบไว้เลยว่า ผู้มีรถยนต์ทุกคนจะต้องมีประกันรถยนต์ด้วย และการประกันก็มีหลายแบบด้วยกัน เช่น
อาจจะเป็นเพียง LIABILITIES หรือ THIRD PARTY POLICY ซึ่งจะมีผลครอบคลุม แต่เพียงผู้ที่ถูกชนเท่านั้น ถ้าเราเป็นผู้ผิดทางบริษัทจะไม่จ่ายให้หรือจะช่วยจ่ายให้ เพียงแต่ในบางกรณีหรือบางส่วนหรือจะเป็นCOMPREHENSIVE PLAN ซึ่งครอบคลุมทุกอย่าง ดังนั้นจึงควรศึกษานโยบายการประกันรถยนต์ให้ดีเสียก่อน และถ้าคิดว่าไม่มีเงินจ่าย
ค่าประกันรถยนต์แล้วก็ไม่ควรจะซื้อรถยนต์อย่างเด็ดขาด
การซื้อของ
การซื้อของในต่างประเทศ โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการต่อรองอย่างเด็ดขาด เพราะทุกร้านจะมีการปิดราคาตายตัว นอกจากในบางกรณีเท่านั้น เช่น การซื้อรถยนต์หรือการซื้อของให้แล้ว ซึ่งสามารถต่อได้ ดังนั้น การซื้อจึงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลต้องสืบดูราคาจากร้านต่าง ๆ เอาเองว่าร้านไหนราคาถูกที่สุดควรจะซื้อร้านนั้น และของทุกชิ้นที่ซื้อจะต้องเสียภาษีการขาย SALE TEX หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VALUE ADDED TAX) ภาษีนี้ จะแตกต่างกันไปแต่ละเมืองแต่ละรัฐ หรือแต่ละประเทศ** ดังนั้น ราคาที่แท้จริงก็คือ ราคาขายที่ปิดที่ร้านค้า + ราคาภาษี
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากสำนักงานก.พ. และ Interscholarship
ความพร้อมด้านพื้นฐานการศึกษา
คะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรของตนเองที่สำเร็จการศึกษา
1. สถานศึกษาในต่างประเทศหากเป็นสถานศึกษาที่ได้รับความนิยม จะรับพิจารณานักศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีด้วยคะแนน GPA = 3.00 ขึ้นไป
2. นักศึกษาควรที่จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมีคะแนน GPA อย่างน้อย 2.75 สำหรับระดับปริญญาโท GPA = 3.50 ขึ้นไป
เลือกประเทศที่จะไปศึกษา หาข้อมูลการเรียนการสอนประเทศต่างๆ
ศึกษาหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละแห่งตรงตามความต้องการหรือไม่
อย่าเลือกเพราะ ตามเพื่อน, สถาบันมีชื่อเสียง, อันดับของมหาวิทยาลัย,
ตามใจครอบครัว, ไม่ต้องสอบTOEFL, E-Leaming เป็นต้น
ความพร้อมด้านภาษา
ผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ จะต้องมีความพร้อมทางด้านภาษาและทักษะด้านต่างๆ โดยนักศึกษาจะต้องทำคะแนนในการสอบแต่ละประเภทให้ได้ตามเกณฑ์ที่แต่ละคณะและสถาบันการศึกษานั้น ๆ กำหนด
ผลการสอบแต่ละประเภทที่สถาบันการศึกษาในต่างประเทศใช้เป็นเกณฑ์ในการรับนักศึกษามีดังนี้
TOEFL (Test of English as a Foreign Language)
GMAT (Graduate Management Admission Test)
GRE (Graduate Record Examination)
IELTS (International English Language Testing System)
การเลือกสาขาและสถาบัน
แนวทางการพิจารณา
หลักสูตรการศึกษา
USA = Pre-requisite courses (B+), MBA, MA,MS,MM,Ph.D.
Europe, AUS. ,.. =Pg.Cert., Pg.Dip., MBA, M.Commerce,
M.Phil
ระยะเวลาของหลักสูตร, ระบบการศึกษาแต่ละประเทศ
การรับเข้าศึกษา Condition, Thesis, Comprehensive Exam, Project, Exhibition เป็นต้น
ข้อกำหนดในการศึกษา Research , Coursework, etc.
ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ข้อมูลประกอบการเลือกสถานศึกษา
มีสาขาวิชาที่ต้องการ/โครงสร้างของหลักสูตรการวิจัย
ที่ตั้งของสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม
มาตรฐานสถาบัน การรับรองสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
เกณฑ์การรับนักศึกษาของสถาบันเหมาะสมกับตนเอง
ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ขนาดของสถานศึกษา ระบบการศึกษา วิธีการเรียนการสอน
เนื้อที่/จำนวนนักศึกษา/สัดส่วนนักเรียน : อาจารย์เลือกที่ตั้ง/ขนาด/สิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องสมุด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน
เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
ตั๋วเครื่องบิน
จัดการจองตั๋วเครื่องบินเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะบางช่วงมีคนเดินทางมากอาจหาซื้อตั๋วได้ยาก ควรกำหนดให้ถึงที่เรียนอย่างน้อย 3 - 7 วันก่อนวันลงทะเบียนเรียน สำหรับผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถเข้าสหรัฐได้ 90 วันก่อนวันที่ระบุไว้ใน I- 20 และจะเข้าหลังวันที่ระบุนี้ไม่ได้
ในการสำรองที่นั่งกับสายการบิน ให้ตรวจสอบด้วยว่าได้มีการสำรองที่นั่งไว้เรียบร้อยทุก ๆ ช่วงที่มีการหยุด หากนักศึกษาจำเป็นต้องต่อเครื่องบินจากเมืองแรกที่เข้าประเทศไปยังเมืองอื่นในประเทศ ควรเผื่อเวลาสำหรับผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของประเทศนั้น ๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
กระเป๋าเดินทาง
โดยปกติเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน จะมีการกำหนดน้ำหนักและจำนวนกระเป๋าที่จะนำไปด้วย เช่น ผู้โดยสารชั้นธรรมดา (ECONOMY CLASS) ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 20 กิโลกรัม หรือผู้โดยสารชั้นหนึ่ง (FIRST CLASS) ไม่ควรมีน้ำหนักสัมภาระเกิน 30 กิโลกรัม
*กระเป๋าสะพาย (CARRY-ON) ที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบินนั้น น้ำหนักไม่ควรเกิน 5 กิโลกรัม เพื่อจะได้เก็บไว้ในตู้เหนือที่นั่งเครื่องได้
เสื้อผ้า
ศึกษาสภาพภูมิอากาศของเมืองที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ และเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมไปให้พอใช้ในช่วงแรก เสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวจัดสามารถซื้อได้เพิ่มเติมเมื่อเดินทางไปถึงแล้วโดยทั่วไปเสื้อผ้าที่จะได้ใช้มากที่สุดควรจะเป็นกางเกงยีนส์ เพราะนอกจากจะสบายสมบุกสมบันแล้ว ยังไม่ค่อยต้องซักและไม่ต้องรีดด้วย
*สำหรับเสื้อผ้าชุดไทย หรือชุดสากล จะไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักแต่ก็ควรจัดเตรียมไปบ้างเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานนักศึกษานานาชาติ เป็นต้น
เอกสาร
ตรวจเอกสารและสิ่งสำคัญก่อนออกเดินทางจากบ้านไปยังสนามบินให้ครบ คือ
หนังสือเดินทางซึ่งประทับตราวีซ่านักเรียนแล้ว
ตั๋วโดยสารเครื่องบิน
เงินที่นำติดตัว (ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด)
ใบตอบรับจากสถานศึกษา
ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องไปติดต่อ หรือขอความช่วยเหลือ เช่น เพื่อน ญาติ อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาต่างชาติ
คำศัพท์เกี่ยวกับการเดินทางไปศึกษาต่างประเทศ
การนำเงินติดตัว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของการศึกษาระยะแรกที่เดินทางถึง ประเทศนั้น ๆ
การโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาในต่างประเทศ
การเตรียมหาที่พักก่อนการเดินทาง
เรื่องที่พักอาศัยควรเริ่มศึกษาหาข้อมูลตั้งแต่ทำการติดต่อสถานศึกษา โดยศึกษาจากเอกสารของสถานศึกษาว่า มีหอพักสำหรับนักศึกษาหรือไม่นักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มสำรองที่พักเมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่สมัครแต่ก็ยังมีสถานศึกษาบางแห่งที่มีหอพักจำนวนจำกัดที่อาจแนะนำให้นักศึกษาสำรองที่พักล่วงหน้าตั้งแต่ในขั้นตอนการสมัครเลยก็มี โดยทั่วไปการสำรองที่พัก สถานศึกษามักจะเก็บเงินมัดจำค่าสำรองที่พักด้วย
สำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย มีทั้งที่พักในสถานศึกษา (ON CAMPUS HOUSING) และที่พักนอกสถานศึกษา (OFF CAMPUS HOUSING)
ที่พักอาศัย
การไปศึกษาในต่างประเทศนั้น นักศึกษามีที่พักอาศัยที่จะกระทำได้
2 ประการ คือ
ON CAMPUS HOUSING
OFF CAMPUS HOUSING
การทิป
เป็นสิ่งจำเป็นประการหนึ่งในการดำรงชีวิตอยู่ในต่างประเทศ การทิปควรจะเป็น 10 - 15 % ของมูลค่าของที่เราซื้อ และในบริการบางอย่างที่ไม่มีมูลค่า เช่น ผู้ขนกระเป๋า หรือเด็กขนของในโรงแรมก็ควรจะมีการให้ทิปในราคาพอสมควรคือไม่ต่ำกว่า 15% และผู้ให้บริการที่เรา สมควรให้ทีป ได้แก่ คนขนกระเป๋าที่สนามบิน คนขนของที่โรงแรม พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถแท็กซี่ เป็นต้น
การใช้โทรศัพท์
ระบบโทรศัพท์แบ่งแยกตามท้องที่/เมืองและภาคโดยมี AREA CODE ซึ่งเป็นเลขรหัส 3 หลักเฉพาะของเมืองหรือภาคนั้น นอกเหนือจากเลขหมายโทรศัพท์ 7 หลัก เช่นเดียวกับประเทศไทย
ถ้าโทรศัพท์ภายในท้องที่ใช้ AREA CODE เดียวกันไม่ต้องหมุนรหัสทางไกล หากโทรศัพท์ต่างท้องที่AREA CODE ต่างกัน ต้องหมุนรหัสทางไกลด้วยทุกครั้ง
การใช้โทรศัพท์สาธารณะจะมีคำแนะนำติดอยู่กับโทรศัพท์ทุกเครื่อง
มีหลายประเภท เช่น เครื่องใช้เหรียญเครื่องใช้บัตรโทรศัพท์ โดยโทรได้ทั้งภายใน และต่างประเทศ
รายละเอียดและวิธีการใช้โทรศัพท์ในรายละเอียด สามารถศึกษาได้จากสมุดโทรศัพท์ของท้องถิ่นนั้น ๆ
การไปรษณีย์
ในสถานศึกษาบางแห่งหจะมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ภายในสถานศึกษาหรืออาจจะอยู่ใกล้ ๆ กับสถานศึกษาซึ่งสามารถจะไปรับบริการได้ ไปรษณีย์ในต่างประเทศ จะทำงานอาทิตย์ ละ 6 วัน จันทร์–เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ ในการส่งจดหมายหรือเอกสารต่าง ๆสามารถนำไปติดแสตมป์และส่งเอกสารได้โดยจะมีเจ้าหน้าที่การไปรษณีย์ โดยเสียค่าเช่าเป็น
รายปีหรือราย3เดือนหรือ 6เดือนก็ได้
บริการด้านไปรษณีย์มีหลายประเภท เช่น เฟริส์คลาสเมล์ (FIRST CLASS MAIL) ซึ่งขนส่งทางอากาศ ไปรษณีย์รับรอง (CERTIFIED MAIL) ไปรษณีย์ลงทะเบียน (REGISTERED MAIL) ไปรษณีย์จัดส่ง (SPECIAL DELIVERY) ไปรษณีย์ด่วน (EXPRESS AMIL) เป็นต้น ตลอดจนมีบริการส่งเงินระหว่างประเทศทางไปรษณีย์ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้จาก ที่ทำการส่งพัสดุนั้น
เมื่อมีการย้ายที่อยู่ใหม่ ก็สามารถแจ้งได้ที่การไปรษณีย์เพื่อขอให้นำจดหมายที่ส่งมาถึงที่อยู่เติมตามไปที่อยู่ใหม่
การเดินทางไปต่างเมือง
การเดินทางโดยรถโดยสารเป็นวิธีการที่นิยมแพร่หลายและไม่แพงนัก สามารถสอบถามตารางการเดินรถและเวลารถออกได้จากสถานีรถโดยสารตลอด 24 ชั่วโมง และควรสอบถามเรื่องดังกล่าวทางโทรศัพท์ก่อน เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาแน่นอน ประเทศในยุโรป นิยมเดินทางไปต่างเมืองด้วยรถไฟ เพราะสถานีรถไฟอยู่ในใจกลางเมืองราคาค่าโดยสาร
ไม่แพง มีรถเข้าออกเกือบ 24 ชั่วโมง
การเดินทางโดยเครื่องบิน แม้ว่าค่าโดยสารจะแพงแต่ก็สะดวกและประหยัดเวลามากและเครื่องบินโดยสารมีเชื่อมแทบจะทุกจุดทุกเมืองซึ่งก่อนจะเดินทางควรมีการเตรียมการ ล่วงหน้า 5 – 7 วันโดยติดต่อกับบริษัทสายการบินเพื่อสอบถาม จอง และรับตั๋วให้เรียบร้อย และในวันเดินทางควรไปยังสนามบินก่อนเวลาเป็นเวลาพอสมควร หากเป็นการเดินทางในประเทศ ไปถึงสนามบินก่อนล่วงหน้า 1 ชั่วโมงถ้าเป็นการเดินทางระหว่างประเทศไปถึงสนามบินก่อน ล่วงหน้า 2 ชั่วโมง
ธนาคารในต่างประเทศ
การประกันสุขภาพ
การประกันสุขภาพมีความจำเป็นสำหรับนักเรียนต่างชาติมาก เพราะหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแพงมาก ดังนั้น หากมีการประกันแล้วจะเป็นประโยชน์ และช่วยประหยัดเงินได้มาก โดยปกติแล้ว สถานศึกษาทุกแห่งจะมีการแจ้ง ให้นักเรียนซื้อประกันสุขภาพได้ เมื่อเปิดภาคการศึกษานักเรียนควรจะปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง การประกัน สุขภาพมีได้หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดการประกันครอบคลุมแตกต่างกัน และอัตราในการประกันแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรศึกษานโยบายการประกันให้เข้าใจก่อนว่ามีผลอย่างไรบ้างและหากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้ทราบว่าเราสามารถจะเรียกร้องจากบริษัทประกันได้หรือไม่เพียงใด
การประกันรถยนต์
มีความสำคัญเช่นกัน ในบางรัฐมีระเบียบไว้เลยว่า ผู้มีรถยนต์ทุกคนจะต้องมีประกันรถยนต์ด้วย และการประกันก็มีหลายแบบด้วยกัน เช่น
อาจจะเป็นเพียง LIABILITIES หรือ THIRD PARTY POLICY ซึ่งจะมีผลครอบคลุม แต่เพียงผู้ที่ถูกชนเท่านั้น ถ้าเราเป็นผู้ผิดทางบริษัทจะไม่จ่ายให้หรือจะช่วยจ่ายให้ เพียงแต่ในบางกรณีหรือบางส่วนหรือจะเป็นCOMPREHENSIVE PLAN ซึ่งครอบคลุมทุกอย่าง ดังนั้นจึงควรศึกษานโยบายการประกันรถยนต์ให้ดีเสียก่อน และถ้าคิดว่าไม่มีเงินจ่าย
ค่าประกันรถยนต์แล้วก็ไม่ควรจะซื้อรถยนต์อย่างเด็ดขาด
การซื้อของ
การซื้อของในต่างประเทศ โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการต่อรองอย่างเด็ดขาด เพราะทุกร้านจะมีการปิดราคาตายตัว นอกจากในบางกรณีเท่านั้น เช่น การซื้อรถยนต์หรือการซื้อของให้แล้ว ซึ่งสามารถต่อได้ ดังนั้น การซื้อจึงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลต้องสืบดูราคาจากร้านต่าง ๆ เอาเองว่าร้านไหนราคาถูกที่สุดควรจะซื้อร้านนั้น และของทุกชิ้นที่ซื้อจะต้องเสียภาษีการขาย SALE TEX หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VALUE ADDED TAX) ภาษีนี้ จะแตกต่างกันไปแต่ละเมืองแต่ละรัฐ หรือแต่ละประเทศ** ดังนั้น ราคาที่แท้จริงก็คือ ราคาขายที่ปิดที่ร้านค้า + ราคาภาษี
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากสำนักงานก.พ. และ Interscholarship
ทุนCheveningระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ
ทุนCheveningระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ
สถานทูตอังกฤษและบริติช เคาน์ซิล แจ้งการเปิดรับสมัครทุนการศึกษาชื่อดัง British Chevening Scholarships แก่ผู้สนใจทั่วไปรวมทั้งนักเรียนไทย
โดยเป็นทุนประจำปีการศึกษา 2009-10 เพื่อไปเรียนระดับ Master Degree ในสหราชอาณาจักร เป็นเวลา 1 ปี
ทุนบริติช เชฟเวอนิ่ง เป็นทุนที่สนับสนุนโดย Foreign and Commonwealth Office(FCO) ภายใต้การบริหารของ British Council ถือเป็นทุนที่ทรงเกียรติและได้รับความเชื่อถือค่อนข้างสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับผู้ได้รับทุนในการศึกษาระดับสูง และเสมือนสร้างให้เกิดผู้นำแห่งอนาคต สำหรับประเทศไทยถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ได้ทุนได้รับทักษะ และวิทยาการในการศึกษาที่ดีเยี่ยม ที่จะนำมาพัฒนาประเทศในอนาคต
สำหรับปีนี้ผู้ดำเนินการรับสมัครได้เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครขอทุนมากยิ่งขึ้นกว่าปลายปีที่ผ่านมา คือผู้ที่มีความสามารถที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯก็สามารถสมัครขอทุนได้เช่นเดียวกัน โดยทุนนี้เป็นทุนประจำปีการศึกษา 2009-2010 หรือเริ่มศึกษาประมาณ เดือนกันยายนหรือตุลาคม 2009 ซึ่งเป็นโปรแกรมศึกษา 1 ปี สำหรับ diploma หรือ Master’s degree ทุนจะครอบคลุมค่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน รวมทั้งมีเงินเดือนให้ในปริมาณที่สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ช่วงที่อยู่ในสหราชอาณาจักร
คุณสมบัติของผู้สมัคร มีดังต่อไปนี้
-จบปริญญาตรี เกรดเฉลี่ยนไม่ต่ำกว่า 3
-มีประสบการณ์ในการทำงาน อย่างน้อย 2 ปี และอายุระหว่าง 25-35 ปี
-สามารถเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีผลสกอร์ IELTS อยู่ที่ 7
ผู้ที่สนใจสมัครขอทุน สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งใบสมัครออนไลน์ได้ทาง www.chevening.com
หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 ธันวาคม 2008 ผู้ที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับการเรียกตัวเพื่อเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2009
สถานทูตอังกฤษและบริติช เคาน์ซิล แจ้งการเปิดรับสมัครทุนการศึกษาชื่อดัง British Chevening Scholarships แก่ผู้สนใจทั่วไปรวมทั้งนักเรียนไทย
โดยเป็นทุนประจำปีการศึกษา 2009-10 เพื่อไปเรียนระดับ Master Degree ในสหราชอาณาจักร เป็นเวลา 1 ปี
ทุนบริติช เชฟเวอนิ่ง เป็นทุนที่สนับสนุนโดย Foreign and Commonwealth Office(FCO) ภายใต้การบริหารของ British Council ถือเป็นทุนที่ทรงเกียรติและได้รับความเชื่อถือค่อนข้างสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับผู้ได้รับทุนในการศึกษาระดับสูง และเสมือนสร้างให้เกิดผู้นำแห่งอนาคต สำหรับประเทศไทยถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ได้ทุนได้รับทักษะ และวิทยาการในการศึกษาที่ดีเยี่ยม ที่จะนำมาพัฒนาประเทศในอนาคต
สำหรับปีนี้ผู้ดำเนินการรับสมัครได้เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครขอทุนมากยิ่งขึ้นกว่าปลายปีที่ผ่านมา คือผู้ที่มีความสามารถที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯก็สามารถสมัครขอทุนได้เช่นเดียวกัน โดยทุนนี้เป็นทุนประจำปีการศึกษา 2009-2010 หรือเริ่มศึกษาประมาณ เดือนกันยายนหรือตุลาคม 2009 ซึ่งเป็นโปรแกรมศึกษา 1 ปี สำหรับ diploma หรือ Master’s degree ทุนจะครอบคลุมค่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน รวมทั้งมีเงินเดือนให้ในปริมาณที่สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ช่วงที่อยู่ในสหราชอาณาจักร
คุณสมบัติของผู้สมัคร มีดังต่อไปนี้
-จบปริญญาตรี เกรดเฉลี่ยนไม่ต่ำกว่า 3
-มีประสบการณ์ในการทำงาน อย่างน้อย 2 ปี และอายุระหว่าง 25-35 ปี
-สามารถเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีผลสกอร์ IELTS อยู่ที่ 7
ผู้ที่สนใจสมัครขอทุน สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งใบสมัครออนไลน์ได้ทาง www.chevening.com
หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 ธันวาคม 2008 ผู้ที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับการเรียกตัวเพื่อเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2009
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)